
สำหรับชาว React และ React Native แล้วนั้น ผมคิดว่าน่าจะใช้ Storybook กันทุกคน !! ในการทำ snapshot testing ของ UI component แต่ละตัว ช่วยทำให้ชีวิตของนักพัฒนาง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ยิ่งใน version 3.2 นี้ก็มีความสามารถที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามา

เช้านี้อ่านบทความเรื่อง How Airbnb use React สัมภาษณ์กับคุณ Leland Richardson ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว (นานเลยนะ) ซึ่งเป็น Lead Engineer ที่ Airbnb และเป็น contributor หลักของ Enzyme มาดูกันว่า ทำไมถึงเลือก React มาใช้ ? ใช้งาน React อย่างไรบ้าง ? มีอุปสรรคและความท้าทายอะไรบ้าง ? จึงทำการแปลและสรุปสิ่งที่น่าสนใจไว้นิดหน่อย ถึงจะเก่าหน่อยแต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์

ในการเริ่มต้นพัฒนาระบบ Web application ส่วนของ Front-end ด้วย ReactJS นั้น พบว่ายากต่อการเริ่มต้นอย่างมาก เนื่องจาก Ecosystem มันใหญ่มาก ๆ เนื่องจากต้องมีความรู้พื้นฐานเยอะมาก ๆ เนื่องจากมีเครื่องมือและ framework/library เยอะมาก ๆ โดยรวมแล้วยากมาก ๆ สำหรับมือใหม่ !! ชีวิตของ Front-end developer มันซับซ้อนอย่างมากมาย ดังนั้นจึงทำการสรุปขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับผู้เริ่มต้นแบบผม

จาก blog เรื่อง Part 1 :: เริ่มต้นเรียนรู้ไปกับ React นั้น มีคำถามต่าง ๆ เกิดขึ้นมาคือ เมื่อเราทำการออกแบบ และ สร้าง Component ต่าง ๆ ขึ้นมาแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราออกแบบมันดีพอ ? สิ่งที่เราออกแบบมันใช้งานง่ายหรือไม่ ? สิ่งที่เราอออกแบบมันทดสอบได้ง่ายหรือไม่ ? สิ่งที่เราออกแบบทำงานได้อย่างถูกต้องในกรณีต่าง ๆ หรือไม่ ? จะทดสอบและตรวจสอบการทำงานในแต่ละ component อย่างไร ? วันนี้น้องในทีมได้แนะนำ Storybook ซึ่งมันสามารถตอบโจทย์ต่าง ๆ ได้ดีพอสมควร จึงทำการทดลอง และ สรุปการใช้งานไว้นิดหน่อย

มีโอกาสไปร่วมงาน ReactJS Bangkok 1.0.0 โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้องคือ ห้องพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น (น่าจะสำหรับคนที่เขียน ReactJS มาแล้ว) ห้องขั้น Advance ส่วนผมอยู่แต่ห้องพื้นฐานซึ่งมี session ต่าง ๆ ดังนี้ Introduction to React Redux React Native Discussion เป็นการถามตอบกับ speaker ทุกคน จึงทำการสรุปไว้นิดหน่อย โดยในแต่ละ session จะมีการทำ demo ให้ดู แต่ว่ามีเวลาเพียง 1 ชั่วโมงจึงไม่สามารถ Live demo ได้มากนัก (ไปเร็วมาก ๆ) จึงมี code ตัวอย่างให้กลับไปดูและทำตามต่อไป