จากการเปลี่ยนแปลง Specification ของ MCP 2026-07-28 หรือ MCP 2.0
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
จากการทำงานแบบ Stateful มาเป็น Stateless
โดยพื้นฐานของ MCP (Model Context Protocol) นั้นคือ protocol มาตรฐาน
เกิดมาตั้งแต่ปี 2024 โดย Anthropic (Agent Skills ก็มาจากที่นี่)
ในการ expose tool ต่าง ๆ เพื่อทำงานร่วมกับ AI Agent หรือ LLM Agent framework ต่าง ๆ
ซึ่งก่อนหน้า MCP มันคือ tool/function calling นั่นเอง
ตัว MCP tool นั้นช่วยให้ง่ายต่อการควบคุม audit และการใช้งาน LLM model
MCP ตัวเก่าจะเรียกว่า Legacy MCP
โดยตัวมันเองจะมีปัญหาเชิงโครงสร้างในการออกแบบและทำงาน
ตั้งแต่ตัวมันเองเป็น Stateful session มีการทำงานดังนี้
- MCP client จะต้องทำการ initialize() ไปยัง MCP server ก่อน ซึ่งจะได้ mcp-session-id กลับมา
- โดย MCP Server จะทำการจัดเก็บ session นี้ไว้
- ดังนั้นใน request อื่น ๆ จะต้องมี session ส่งมาเสมอ และทาง server จะตรวจสอบว่ามี session นี้หรือไม่ต่อไป
- ถ้าตรวจสอบ session state ผ่านเรียบร้อย จึงจะทำการเรียกใช้งาน tool ต่อไป (tool/list/call)
ดังนั้นถ้าทำการ scale MCP server แล้ว จะต้องทำการ share session state กันทั้งหมด
ซึ่งนั่นต้องทำเอง !!
ดังนั้นหลาย ๆ มักจะแก้ไขปัญหานี้ด้วย
- Load balance ด้วย sticky session
- Share session store เช่น Redis
- Reconnect logic ใน code
ซึ่งแนวทางเหล่านี้ก่อให้เกิดความซับซ้อน มาจากการออกแบบของ MCP นั่นเอง
รูป mermaid diagram แสดงปัญหา

หรือเขียนในรูปแบบ flowchat ก็จะดูวุ่นวายพอสมควร

ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนมาเป็น MCP 2.0 ตัวใหม่ ที่เป็น Stateless จะมีความเรียบง่ายมากขึ้น
สามารถ scale ตัว MCP server ได้ง่ายขึ้น
ไม่ต้องมาจัดการ state ใด ๆ อีก
ไปจัดการ state กัยฝั่ง application infrastructure แทนไปเลย
รวมทั้งการทำงานแบบ long-running process
สามารถนำเอา queue/worker มาช่วยจัดการได้อีก

ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ ที่ที่พัฒนา MCP Server กำลัง migrate กันแล้ว
ดังนั้นลองศึกษาและใช้งานกันดู
ปิดท้ายด้วยรูปเปรียบเทียบระหว่าง Legacy MCP และ MCP 2.0
