
มีโอกาสมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในงาน BugDay2026
ในหัวข้อของ BDD (Bug-Driven Development)
ซึ่งทำการแนะนำเรื่องของการจัดการ bug หรือข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
โดยสิ่งที่สำคัญคือ เราได้เรียนรู้อะไร จากความผิดพลาดเหล่านั้นบ้าง ?
มาดูรายละเอียดคร่าว ๆ ของการแบ่งปันในครั้งนี้
ประกอบไปด้วย
เริ่มด้วยประวัติของการกำเนิด Bug ตัวแรกในโลกของ computer
จากนั้นเริ่มมีแนวคิดในการหาปัญหา
ว่า bug เหล่านั้นเป็นอย่างไร เพื่อจะแก้ไขต่อไป (solution or workaround)
วิธีการนี้คือ การ debug นั่นเอง
ทำให้การ debug เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการพัฒนา
แต่เมื่อระบบใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้น
มี component หรือ ส่วนประบกอบในการทำงานของระบบมากขึ้น
การ debug จึงไม่เพียงพอ และ ไม่เหมาะสมแล้ว
รวมทั้ง bug ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น
ไม่ใช่แค่ส่งผลให้ระบบงานทำงานไม่ดี หรือ ไม่ถูกต้อง
แต่มันส่งผลกระทบต่อชีวิต เช่น Therac-25
ทำให้เกิดกระบวนการทดสอบที่เป็น standard มากยิ่งขึ้น
ยังไม่พอนะ ยังโดยโจมตีจาก Moris worm
ซึ่งเป็น worm ตัวแรกที่ถูกเขียนมา
เพื่อโจมตีการทำงานของเครื่องต่าง ๆ ผ่านระบบ internet
ยิ่งทำให้ต้องมาให้ความสนใจเรื่องของ network และ security เพิ่มเข้าไปอีก
ส่งผลให้เกิดกระบวนการทดสอบระบบงานที่เข้มงวดมากขึ้น
ทำให้ระบบมีคุณภาพมากขึ้น
ลดความเสี่ยงต่าง ๆ ลงไป
สร้างความน่าเชื่อถือของระบบให้สูงขึ้น
เมื่อมี bug เยอะขึ้น จึงต้องมีการจัดการ หนึ่งในนั้นคือ การเกิดขึ้นของ Bug tracking tool !!
เพื่อทำการสร้าง bug ที่มีรูปแบบมาตรฐาน
เพื่อจัดเก็บ ค้นหา assign ไปยังคนที่รับผิดชอบ
แต่เราได้เรียนรู้อะไรจาก Bug tracking บ้าง ?
ยังเกิด bug ซ้ำ ๆ และ เยอะอยู่หรือไม่ ?
ต้นเหตุคือ จำนวน bug มันเยอะไหมนะ แก้อย่างไรดี ?
และแก้ไข bug ต่าง ๆ เหล่านั้นตอนไหน (Now or Later)
เพื่อให้ได้ feedback รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Bug มันคือ feedback ที่บอกเราว่า
เราเข้าใจ requirement หรือไม่
เราเข้าใจ testing หรือไม่
หรือเข้าใจ business หรือไม่
นั่นเอง